SFic

[Sfic] Just Trust Me [pairing : siwon & eeteuk]

posted on 20 Sep 2008 21:09 by fairydize  in SFic

Title :: Just Trust Me
Author :: Nunat
Rating :: PG
Pairing :: SiWon x EeTeuk
BGM :Trust - Jeset'er

Note :: ฟิคเรื่องที่ 2 ในชีวิต - - นั่งจิ้นได้หลังจากดูแฟนแคม+รูป คอน SM ที่เซี่ยงไฮ้พร้อม ๆ กับพี่นา 555+ ด้วยอารมณ์บ้าบอเลยจับมาแต่งฟิค - -* ไม่ได้มีเจตนาจะกระทบคู่ฮันทึกนะจ๊า ^^ เีพียงแค่อยากให้เนื้อเรื่องเดินสมบูรณ์ขึ้น อีกอย่างหมั่นไส้ป๊ายิ่งนัก -*- ยังไงก็ฝากอ่าน ฝากคอมเม้นท์ให้หน่อยน๊า จะได้ไปปรับปรุงยิ่ง ๆ ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

user posted image



“ซีวอน ทานข้าวได้แล้ว” น้ำเสียงเรียบเฉยของลีดเดอร์กล่าวเรียกคนตรงหน้าที่กำลังนั่งอยู่ตรงระเบียงในห้องนอน
“ครับ .. “ ร่างสูงเพียงแค่เอ่ยตอบรับเท่านั้น พร้อม ๆ กับที่ร่างบางเดินออกจากห้องไป
นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? ...
ร่าง สูงนั่งครุ่นคิด ในเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานั้น เรา 2 คน แทบจะไม่ได้คุยกันเลย อย่าว่าแต่คุยเลย เราแทบจะไม่ได้มองหน้ากันเลยด้วยซ้ำไป สาเหตุมันมาจากผมอย่างนั้นหรอฮะพี่อีทึก ~?
.
.
.


“ซีวอน ... นายว่าพี่ตอบคำถามในงานแถลงข่าวเป็นไงบ้าง” อีทึกเอ่ยถามคนรักตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ก็ดีฮะ .. แต่พี่ดูมีความสุขจังเลยนะ” ซีวอนกล่าวตอบ ฟังดูเหมือนคำพูดเหน็บแนมยังไงชอบกล
“เอ๋ ? .. จะว่าไปยูนิต M ของพวกนายก็มีลีดเดอร์ตอบคำถามเก่งเหมือนกันนี่หน่า” ร่างบางกล่าวเปลี่ยนเรื่อง แต่หารู้ไม่ อีทึกน่าจะคุยเรื่องอื่นดีกว่าไม๊
“พี่คงชอบพี่ฮันคยองน่าดูเลยสิ” ร่างสูงกล่าวตอบ ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวยิ่งนัก
“ .. ชเวซีวอนนายเป็นอะไร ?!” อีทึกถามตรง ๆ กับคนตรงหน้า ก็ดูชีวอนพูดเข้าสิ
“พี่ นั่นแหละฮะ เป็นอะไรไป ... ดูพี่มีความสุขมากเวลาได้อยู่กับพี่ฮัน ทุกสิ่งที่เห็นมันก็เด่นชัดแล้วนิ่ฮะ!” ร่างสูงพูดตรง ๆกลับไปเช่นกัน
“นี่นายไม่เข้าใจพี่จริง ๆ เหรอ นายคิดว่าพี่ชอบฮันอย่างนั้นสินะ” ร่างบางกล่าวตอบ
“จะ ชอบหรือไม่ ก็เรื่องของพี่ และผมก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก” ร่างสูงกล่าวประโยคตัดบท พร้อมหันหลังเดินจากคนตรงหน้าไปอย่างเงียบ ๆ
อีทึกได้แต่ยืนนิ่ง น้ำในตาเอ่อร้นจนเห็นแต่ความพร่ามัว จิตใจกำลังวุ่นวาย ครุ่นคิด และเสียใจกับคำพูดของคนรัก
“แม้ แต่นาย .. ก็ยังไม่เชื่อใจชั้น” เสียงสั่นระริกกล่าวออกมา ถึงแม้น้ำเสียงจะฟังไม่ชัดนัก แต่บ่งบอกได้ถึงความรู้สึกหมดหวังได้อย่างจัดเจน


คอนเสิร์ต SM Town ’08 in Shanghai จบลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับเสียงพูดคุยของน้อง ๆ ในวง ต่างเล่าถึงบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นไป ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เว้นแต่ตัวอีทึกเอง ที่พยายามจะคุยเล่นกับคนรักตรงหน้ามากเท่าไหร่ แต่คน ๆ นั้น กลับตีตัวออกห่าง ไม่แม้แต่จะใส่ใจความรู้สึกเค้าซะด้วยซ้ำไป ไม่มีแม้แต่สายตาอ่อนโยนที่คอยทอดผ่านถึงเค้าดั่งเช่นเคย
‘ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เอาซะเลย ... ทำยังไงดีปาร์ค จองซู’ ครุ่นคิดในใจ พร้อม ๆ กับเดินเข้าไปหาร่างสูงอีกครั้ง







“พี่คงต้องกลับเกาหลีก่อนนายนะ ตั้งใจทำงานนะ” ร่างบางกล่าวกับคนรักตรงหน้า
ทั้ง ๆ ทื่อยากจะพูดอะไรมากกว่านี้
ทั้ง ๆ ที่อยากจะคุยเล่นกับนายเหมือนทุกครั้ง
หรือทั้ง ๆ ที่อยากจะอยู่ในอ้อมกอดนายเหมือนเช่นเคย
แต่ ... ณ ตอนนี้ พี่ทำได้เพียงเท่านี้จริง ๆ เหรอ ชเวซีวอน

“... พี่ก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะฮะ” ร่างสูงกล่าวตอบ ทั้ง ๆ ที่ในใจเค้าอยากจะกอดคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน นี่ผมกำลังทำร้ายพี่อีทึกอยู่ใช่ไหม
“อืม.. พี่ไปก่อนนะ” ร่างบางกล่าวพร้อมหันหลังให้กับคนตรงหน้า หยาดน้ำตาเริ่มก่อตัวขึ้น
‘ความเข้มแข็ง หายไปไหนหมด’

เกือบจะทุกครั้งที่เวลาไปต่างประเทศ และเราไม่ได้กลับเกาหลีพร้อมกัน แต่ทำไมความรู้สึกครั้งนี้ มันไม่เหมือนกับที่ผ่านมา
จะยังไงก็ช่างเถอะ ตอนนี้เราเป็นลีดเดอร์ เราต้องทำงาน รับผิดชอบหน้าที่ของวงให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง~!


.
.
.

“ทานแล้วนะค้าบ~” เสียงเจื้อยแจ้วของซองมินดังขึ้นมากลางวงรับประทานอาหาร เป็นสัญญาณให้เหล่าเมมเบอร์ต่างรับปะทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย
...
.
“พี่อีทึกทำไมอิ่มไวจังฮะ” ทงเฮกล่าวถามพี่ชายของเค้า ก็ปกติพี่อีทึกจะทานเสร็จทีหลังเลยนี่หน่า
“พี่ ไม่ค่อยหิวน่ะ ทานกันต่อเหอะ เดี๋ยวพี่ขอตัวไปดุแพลนงานอาทิตย์หน้าก่อนนะ” อีทึกกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว จิตใจเค้ารู้สึกแย่ พาลให้ร่างกายเค้าแย่ตามไปด้วย แต่คนอย่างอีทึกน่ะหรอ จะบอกให้น้อง ๆ ไม่สบายใจได้ยังไงกันล่ะ~!

ซีวอนยังคงนั่งแน่นิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ความจริงเค้าไม่ได้อยากให้เรื่องราวมันเป็นแบบนี้ แต่วันนั้นผมโกรธจริง ๆ นี่หน่า

ร่างบางกลับมาที่ห้องนอน ค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนเตียงช้า ๆ รู้สึกเหมือน
ร่างกายตัวเองอ่อนเพลียเหลือเกิน
จิตใจตัวเองอ่อนล้าเกินกว่าจะรับไหว
ความเข้มแข็งกลับพังทลายไปเพราะคำพูดของคนที่เค้าเชื่อใจที่สุด


เอื้อม มือหยิบสมุดสีเทาที่วางอยู่บนหัวเตียงขึ้นมา พร้อม ๆ กับบรรจงเขียนความรู้สึกทั้งหมดผ่านตัวหนังสือลงในหน้ากระดาษนั้น ความจริงแล้วเค้าควรจะพูดกับซีวอนโดยตรง แต่ ณ เวลานี้จิตใจเค้าอ่อนแอเสียเหลือเกิน ขอเพียงแค่ระบายความรู้สึกลงในนี้ก็เพียงพอ

นิ้วเรียวจับปากกาพร้อมบอกเล่าความรู้สึกเหล่านั้นผ่านหนังสือเล่มนี้อย่างช้า ๆ


‘ คำว่า “เรา” ระหว่างเรา 2 คนมันจางหายไปไหนกัน ทำไมเวลานี้ เหลือเพียงพี่ เหลือเพียงนาย ซีวอน นายจะรู้บ้างไม๊ ว่าคำพูดของนายที่พูดกับพี่ในวันนั้น มันทำให้พี่เจ็บปวดที่สุด ทำให้พี่ไม่มีเรี่ยวแรง และทำให้พี่เสียใจ พี่รักและไว้ใจนายมากกว่าใคร แต่นายกลับไม่เชื่อใจพี่เลยสักนิด เพราะอะไรกัน ? ทุกเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน แต่นายกับละทิ้งพี่ด้วยสายตา กลับไม่สนใจเหมือนเคย มันทำให้คน ๆ นี้รู้สึกแย่ และเปลี่ยวเหงาแค่ไหน

พี่คิดถึงสายตาที่อ่อนโยน
คิดถึงคำพูดที่ออดอ้อน
คิดถึงอ้อมกอดที่อบอุ่น

แต่ ณ ตอนนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วอย่างนั้นเหรอ พี่เกลียดที่ตัวเองอ่อนแอ เกลียดความอ่อนไหวของตัวเอง
พี่ควรจะทำยังไงดี ชเวซีวอน บอกพี่ทีว่าพี่ควรจะทำยังไง ‘


หยาดน้ำตาก่อตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับไหลรินออกมาทั่วใบหน้า ร่างบางไม่แม้แต่ปาดน้ำตาออกแม้แต่น้อย
กลับปล่อยให้น้ำตาที่เอ่อร้นนั้นไหลออกมาไม่ขาดสาย ร่างบางค่อย ๆ เอนตัวลงนอน “เหนื่อย” เหลือเกิน
อยากจะหลับตาเสียให้พ้น ๆ จะได้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีก
.
.



ซี วอนยังคงนั่งเงียบอยู่ในห้อง ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รู้สึกอะไรเลยที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ หากแต่เพียงแค่ชั่วเวลานั้น เค้าโกรธพี่อีทึกมากจริง ๆ แต่เวลานี้แล้ว เค้ากลับโกรธตัวเองว่าเค้ากำลังทำให้พี่อีทึกเสียใจ ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรงซะด้วยซ้ำไป แต่ทำไมนะ ทำไมผมถึงรู้สึกแย่ได้ถึงเพียงนี้
“ซีวอน ... ชั้นขอเข้าไปหน่อยได้ไม๊” อึนฮยอกกล่าวถามซีวอน
“ได้ ๆ เข้ามาเลย” ซีวอนตอบกลับไป
“ชั้นขอคุยอะไรกับนายหน่อยนะ ชั้นจะไม่อ้อมค้อมอะไรทั้งสิ้น” อึนฮยอกกล่าวกับร่างสูงที่ยืนหันหลังให้อยู่
“....”
“นาย รู้ไม๊ว่าพี่อีทึกกำลังเสียใจ ... เค้ากำลังร้องไห้ เค้าไม่กลับมาร่าเริงเหมือนเคย .. ชั้นไม่รู้หรอกนะ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชั้นก็อยากให้นายคิดทบทวนว่าสิ่งที่ทำไปมันเป็นยังไง และตอนนี้นายก็เห็นผลแล้วใช่ไม๊” อึนฮยอกพูดกับร่างสูง เค้าไม่รู้ว่าจะช่วยพี่อีทึกได้อย่างไร คิดว่าสิ่ง ๆ นี้คงทำให้ซีวอนฉุกคิดขึ้นได้บ้างล่ะ
“.....”
“นายคงไม่ทำให้ชั้นต้องผิดหวังในตัวนายนะ” อึนฮยอกกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนเดินออกจากห้องไป


ร่าง สูงยังคงยืนแน่นิ่ง สิ่งที่เค้าได้ยิน พี่อีทึกร้องไห้ อย่างนั้นเหรอ จิตใจตอนนี้ว้าวุ่น เหมือนโดนอะไรกระแทกเข้าแรง ๆ ตลอดเวลาที่พี่อีทึกรู้สึกเศร้า หรือแม้แต่กระทั่งพี่อีทึกร้องไห้ ก็จะมีเค้าคอยอยู่ข้าง ๆ คอยกอด คอยให้กำลังใจ คอยปลอบโยนอยู่เสมอ แต่เวลานี้ เค้าเองใช่ไม๊ ที่ทำให้พี่อีทึกต้องร้องไห้ ไม่มีใครเคียงข้างเหมือนที่ผ่านมา
‘ นี่ผมกำลังทำอะไรลงไป !’


ร่าง สูงไม่รอช้า วิ่งไปที่ห้องของคนรัก ค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องปิดผ้าม่าน มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ เท่านั้น ร่างสูงเดินเข้าไปหาคนตรงหน้าที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ถึงแม้ว่าจะหลับอยู่ แต่คราบน้ำตายังคงเห็นได้เด่นชัด สีหน้าของร่างบางซีดเซียว มือหนาของร่างสูง ลูบไล้ไปทั่วใบหน้า คิดถึงสัมผัส ของคนรักเสียเหลือเกิน


สายตายังคงมองไปที่ร่างบาง นั้น จนสังเกตได้ว่ามีสมุดหนึ่งเล่มที่วางอยู่ข้าง ๆ ตัว ร่างสูงถือวิสาสะหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา และเกือบจะวางไว้ที่หัวเตียง หากแต่ว่าเค้าเห็นคราบน้ำตาหยดเปื้อนที่หน้ากระดาษ พร้อมกับหมึกสีดำ ที่เขียนประโยคตัดพ้อมากมาย ร่างสูงหยิบหนังสือนั้นขึ้นมาอีกครั้ง พร้อม ๆ กับอ่านทุกข้อความในหนังสือเล่มนั้น จิตใจของเค้าสั่นไหวเหลือเกิน

เค้าทำให้พี่อีทึกเจ็บปวดได้ถึงขนาดนี้
เค้าเป็นคนทำให้พี่อีทึกต้องร้องไห้ครั้งแล้วครั้งเล่า
เค้าเป็นคนปล่อยให้พี่อีทึกต้องอยู่อย่างเปลี่ยวเหงา
ทั้งหมดเป็นเพราะเค้าเองจริง ๆ


ร่างสูงละหนังสือวางไว้ที่หัวเตียง นัยน์ตาเอ่อร้นไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ เค้ารู้สึกแย่เสียจริง ๆ
“จองซู ... ผมขอโทษ” กล่าวออกมาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าร่างบางไม่ได้ยินก็ตามที
ทั้ง ๆ ที่เค้าอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่รู้สึกเหมือนทุก ๆ คำพูดถูกกลืนกินไปด้วยความรู้สึกเสียใจ ความรู้สึกผิด
มือ หนายังคงจับมือร่างบางไว้ตลอดเวลา จนกระทั่งร่างบางรู้สึกตัว ขยับมือน้อย ๆ นัยน์ตาค่อย ๆ เปิดออกมา เห็นว่าคนข้างกายเค้า เป็นคนที่เค้าอยากให้อยู่ด้วยมากที่สุด
ร่างสูงอมยิ้มน้อย ๆ ให้ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง
“หายโกรธพี่แล้วเหรอไง” อีทึกกล่าวถามคนรักด้วยน้ำเสียงสั่นระริกพร้อมกับสีหน้าที่ยังเจือปนไปด้วยคราบน้ำตา
“ผม ... ผมขอโทษนะฮะพี่อีทึก เป็นเพราะผมเองที่ไม่เชื่อใจพี่” ซีวอนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
ร่าง บางปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอีกครั้ง หากแต่เพียงว่าน้ำตาที่ออกมานั้นไม่ได้เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็นเพราะน้ำตาแห่งความโล่งใจที่คนรักของเค้าเชื่อใจเค้าสักที ร่างบางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับส่งอ้อมกอดไปให้คนรักตรงหน้า
“ฮึก ฮือ พี่นึกว่านาย...จะไม่เชื่อใจพี่อีกแล้ว ฮึก ฮึก” กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเสียงสะอื้น
ร่าง สูงกระชับกอดคนรักให้แน่นกว่าเดิม เค้ารู้สึกเสียใจจริง ๆ ที่ต้องทำให้พี่อีทึกต้องคิดแบบนั้น ร่างสูงละจากอ้อมกอดออกมาพร้อม ๆ กับเช็ดน้ำตาของคนรักอย่างทะนุถนอม
“พี่อีทึก อย่าร้องไห้อีกนะฮะ” กล่าวบอกร่างบางที่ยังคงสะอื้นไห้อยู่
“ฮึก .. อือ ๆ” กล่าวรับคำทั้ง ๆ ที่ร่างบางสั่นเทาไปด้วยเสียงสะอื้น
อ้อมกอดยังคงเต็มไปด้วยไออุ่นของคนทั้งสอง เต็มไปด้วยความรู้สึกเชื่อใจ เต็มไปด้วยความคิดถึงเสียเหลือเกิน


“ซีวอน .. รับปากพี่เรื่องหนึ่งได้ไม๊” ร่างบางค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอด เอ่ยถามประโยคที่เป็นเชิงขอร้อง
“เรื่องอะไรเหรอฮะ”ร่างสูงเอ่ยถาม
“ไม่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ขอให้นายเชื่อใจพี่จะได้ไม๊ ขอให้นายไว้ใจพี่ เชื่อมั่นในกันและกันจะได้ไม๊ซีวอน” ร่างบางเอื้อนประโยคขอร้องต่อหน้าคนรัก
“แน่ นอนสิฮะ ผมก็อยากให้พี่เชื่อใจผม มั่นใจในกันและกัน ไว้ใจทุก ๆ ความรู้สึกที่ผมมีให้เหมือนกันฮะพี่อีทึก” ร่างสูงกล่าวกลับเช่นกัน

ถึง แม้จะเป็นเพียงคำพูดที่เอ่ยออกมา แต่ความรู้สึกที่รับรู้ ความรู้สึกที่เชื่อมั่นในคำพูดนั้น กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อใจ เต็มไปด้วยความไว้ใจ



ขอเพียงแค่ “เรา” ต่างเปิดใจต่อกัน
ขอเพียงแค่ “เรา” ต่างเข้าใจกันและกัน
ขอเพียงแค่ “เรา” ต่างไว้ใจในทุก ๆ ความรู้สึกที่มีให้กัน
ทุก ๆ สิ่งก็ไม่อาจทำลายความเชื่อมั่นในรักของ “เรา” ได้อีกแล้ว
ขอบคุณทุก ๆ เรื่องราว ที่ทำให้ “เรา” เข้มแข็งขึ้น



“พี่อีทึก .. ขอหอมแก้มทีนึงนะ คิดถึงแก้มนุ่ม ๆ ของจองซูจะแย่อยู่แล้ว~” กล่าวประโยคที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“จะขอทำไมล่ะ ทำเป็นคนอื่นไปได้ เด็กโง่~” อีทึกพูดพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ หลุบสายตาลงต่ำด้วยท่าทีเขินอาย
สันจมูกก้มลงสัมผัสที่แก้มนวลของร่างบาง สูดหายใจรับสัมผัสที่โหยหาครั้งแล้วครั้งเล่า
“พอได้แล้ว~~” อีทึกเอ่ยบอกขณะที่ใบหน้าของร่างสูงยังไม่ละจะแก้มของเค้าเลย ><
“....”
“พี่อีทึกค้าบ~~~ ...” เสียงเจื้อยแจ้วของทงเฮดังเข้ามาพร้อม ๆ กับเปิดประตูห้อง
“... !!... “ ทั้งสองผละตัวออกจากกัน น้อง ๆ มาเห็นอีกแล้ว - -*
“เอ่ออ ขอโทษฮะ ไม่นึกว่าจะ ...” ทงเฮกล่าว แหมม ก็ดันมาเห็นช็อตสวีทเข้าซะนี่
“มีอะไรอีกล่ะ” ซีวอนกล่าวถามด้วยสีหน้าจวนจะหงุดหงิดแล้วนะ ! มาถูกเวลาดีจริง ๆ - -
“พี่ผู้จัดการมาหาอ่ะฮะ เห็นว่าจะคุยกันเรื่องงานนิดหน่อย” ทงเฮกล่าวตอบ ผมพูดจริง ๆ น๊า
“อ้าววหรอ โอเค ๆ พี่ออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” อีทึกกล่าวตอบน้องชายตัวดี พร้อม ๆ กับเดินออกจากห้องไป
“โหยย พี่อีทึกอ่ะ” ซีวอนกล่าวออกมา ทิ้งให้เค้าอยู่คนเดียวอีกแล้วน๊า
“ชเวซีวอน งานก็คืองาน โอเค~!” อีทึกกล่าวทิ้งท้ายก่อนออกจากห้องไป
ร่างสูงพลางหัวเราะน้อย ๆ ในลำคอ ก่อนเดินออกจากห้องไปพร้อมพูดกับตัวเอง
นี่แหละน๊า ลีดเดอร์ของผม~ คอยดูสิอย่าให้เผลอเชียวล่ะจองซู~!


THE END